แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวแทนใหม่ต้องรู้อะไร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวแทนใหม่ต้องรู้อะไร แสดงบทความทั้งหมด

มาคำนวณภาษีปีนี้กัน



สรรพากรแจง​ยิบ ห่วงยื่​นแบบเสียภาษี สามี-ภริยา​ผิดพลาด



สรรพากรแจง​ยิบห่วงยื่​นแบบฯ สามี-ภริยา​ผิดพลาด เกรงนำรายได้​ตลอดทั้งปี​มายื่นคำนว​ณเสียภาษีไม่​ครบถ้วน
           ปีภาษี 2555 เป็นปีแรกที่กรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยา ให้ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษี  ต่างมีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากกัน และแบ่งเงินได้พึงประเมินที่สามีและภริยาทำร่วมกัน หรือสามีและภริยาจะตกลงเลือกยื่นรายการและเสียภาษีรวมกันก็ได้

          กรณีเงินได้พึงประเมินที่ไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาฝ่ายละจำนวนเท่าใดตามมาตรา 40(2) - 40(8) ให้แบ่งสัดส่วนคนละ 50% ของเงินได้ประเภทนั้น เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (8) จากการขายสินค้า การพาณิชย์ การขนส่ง ฯลฯ ให้สามีภรรยาเลือกแบ่งเป็นของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกันก็ได้ แต่รวมกันต้องไม่น้อยกว่าเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้แบ่งกันฝ่ายละกึ่ง ส่วนสิทธิประโยชน์ที่สามีภริยาได้รับเพิ่ม กรณีการหักค่าลดหย่อน มี 3 รายการ คือ ค่าลดหย่อนบุตรได้คนละ  15,000 บาท ค่าลดหย่อนการศึกษาบุตรได้คนละ  2,000 บาท และค่าลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อที่อยู่อาศัย สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างกู้ยืม    มีเงินได้ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างฝ่ายหักได้คนละ 100,000 บาท

          นางจิตรมณี  สุวรรณพูล ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษีในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า   ขณะนี้ถึงกำหนดเวลาของการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 สำหรับปีภาษี 2555 สามารถยื่นแบบกระดาษได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2556 ส่วนการยื่นแบบฯ ทางอินเทอร์เน็ตสามารถยื่นแบบฯ ได้ถึงวันอังคารที่ 9 เมษายน 2556 ทั้งนี้ กรมสรรพากรขอเชิญชวนให้ผู้เสียภาษียื่นแบบฯ ทางอินเทอร์เน็ตเป็นบริการที่สะดวก รวดเร็ว ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด และเพิ่มช่องทางการชำระภาษีด้วยบัตรเครดิตของธนาคารที่ร่วมโครงการ ซึ่งผู้เสียภาษีจะได้รับสิทธิขยายเวลาการจ่ายเงินสดออกไปอีก 45 - 51 วัน เป็นการเสริมสภาพคล่องเงินสดและช่วยการวางแผนการใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย


“ในการกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 พบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นประจำ คือ การนำรายได้ตลอดทั้งปีมายื่นคำนวณเสียภาษีไม่ครบถ้วนทั้งจำนวนที่ได้รับมาจริง ซึ่งกรมฯ สามารถตรวจสอบได้จากการหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้จ่ายเงินได้ ผู้เสียภาษีจึงควรเก็บหลักฐานหนังสือรับรอง      การหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้  ส่วนการหักค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดู บิดา-มารดา โดยเฉพาะบิดามารดาที่มีบุตรหลายคน กรมฯ ให้สิทธิแก่บุตรเพียงคนเดียว ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจทำให้ผู้เสียภาษีถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนได้  เนื่องจากการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการให้สิทธิผู้เสียภาษีประเมินรายได้ที่จะต้องนำส่งเงินภาษีให้แก่รัฐด้วยตนเอง”โฆษกกรมสรรพากรกล่าว



กรมสรรพากรผ่อนปรนให้ใช้เลขประจำตัว
ผู้เสียภาษีอากร 10 หลัก ได้ถึงวันที่ 31 ก.ค.56

updated: 01 ก.พ. 2556 เวลา 10:30:02 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ตามที่กรมสรรพากรได้กำหนดให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก แทนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 10 หลัก และขยายเวลาให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 10 หลัก จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2556 นั้น
      เนื่องจากมีผู้ประกอบการจดทะเบียนจำนวนมากแจ้งว่า มีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 10 หลัก เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการ จึงขยายระยะเวลาการใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 10 หลัก จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะมีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติแจ้งให้ทราบต่อไป



                                       
                          ฐานภาษีที่ใช้ถึงปีภาษี 55

          
มาดูตัวตัวอย่างการคำนวณแบบย่อแต่ตรงครับ
   นส.A เงินเดือน 20,000 บาท โสด เฉยๆ ไม่มีประกันสังคม ไม่มีประกันชีวิต ไม่มีบิดามารดาอายุ>60 ไม่มีดอกเบี้ยบ้าน ไม่มีสามี ไม่มีบุตร ไม่มี กสช.ไม่โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ได้บริจาควัด
      คำนวณ    เงินได้พึงประเมิน 240,000 บาท
      1. หักค่าใช้จ่าย 40%ไม่เกิน 60,000 บาท = 60,000 เหลือ 180,000 บาท
      2.หักค่าลดหย่อน 2.1 ส่วนตัว 30,000 คู่สมรส 30,000 = 30,000 เหลือ 150,000 บาท
                       2.2 ค่าลดหย่อนบุตร ประกันสังคม กบข ประกันชีวิต ประกันบำนาญ ดอกเบี้ยเช่าซื้อ ประกันสุขภาพบิดามารดา rmf ltf กสช บริจาค
      3. เข้าสูตร 0-500,000 เสีย 10% แต่ ครม.มีมติแยกคนที่รายได้ 0-150,000 ไม่ต้องเสียภาษีถ้าเสียไปแล้วหรือหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้วก็ขอคืนได้ ถ้ามีเงินได้สุทธิเกินนั้นถึงจะเสีย = 150,000-150,000 = 0 บาท
       สรุป ภาษี = 0 บาท คือไม่ได้เสียภาษี นั่นเอง ถ้ามีค่าลดหย่อนมาเพิ่มอีกยิ่งไม่ได้เสีย แต่กลับจะได้คืนกรณีหักไว้ระหว่างปีครับ
           ฟันธง เงินเดือน 20,000 บาท ไม่ได้เสียภาษี
                                   
                              มาดูฐานภาษีใหม่กันครับ

ภาษีใหม่ ช่วยเอื้อประโยชน์มนุษย์เงินเดือน รับเต็มๆส่วนลดมากถึง 50% คำนวณฐานภาษีใหม่ แบ่งย่อยขั้นภาษีเพิ่มขึ้น

นับว่าเป็นโอกาสที่ดี ของประชาชนผู้เสียภาษี จากกรณีที่ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยให้ลดอัตราการจัดเก็บภาษีจากเดิมที่กำหนดไว้สูงสุดที่ 37% เป็น 35% พร้อมทั้งปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยา ให้สามารถยื่นรายการและเสียภาษีรวมกันหรือแยกต่างหากจากคู่สมรสได้ ขณะเดียวกันได้เห็นชอบให้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยให้คิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังเห็นชอบขยายเวลาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 1 เดือนถึง 31 ม.ค.56 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และปรับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยา ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในปี 56 ถึง 3.2 หมื่นล้านบาท ส่วนปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ทำให้ภายในปี 59 รัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น 25,639 ล้านบาท ขณะที่การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัด เก็บภาษีสรรพสามิต 9,000 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ตามข้อมูลการคิดภาษีใหม่ กรมสรรพากร ก็ได้เสนอให้ปรับอัตราการเก็บภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ หลังหักรายจ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว โดยให้มีช่วงความถี่มากขึ้น แยกเป็นขั้นๆ ดังนี้
           ขั้นที่ 1 รายได้ 0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีตามเดิม
     ขั้นที่ 2 รายได้ 150,001-300,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 10% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 5%
           ขั้นที่ 3 รายได้ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% ตามเดิม
      ขั้นที่ 4 รายได้ 500,001-750,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 20% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 15%
           ขั้นที่ 5 รายได้ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม
           ขั้นที่ 6 รายได้ 1,000,001-2,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 30% ปรับใหม่เป็น 25%
           ขั้นที่ 7 รายได้ 2,000,001-4,000,000 บาท เสียภาษี 30% ตามเดิม
           ส่วน รายได้ตั้งแต่ 4,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 37% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 35%

ทั้งนี้ การคำนวณภาษี จะแบ่งคำนวณเป็นขั้นบันได้ แล้วบวกทบกันไป เช่น มีรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี
เริ่มจาก 150,000 บาทแรก ไม่ต้องเสีย
มาเริ่มขั้นที่ 2 150,000 – 300,000 บาท จากเดิม 10% เป็นเงิน 15,000 บาท แบบใหม่ เสีย 5% เท่ากับ 7,500 บาท
บวกด้วยส่วนต่างในขั้น 300,000 – 500,000 บาท จำนวนเงิน 200,000 บาท ก็เสียในอัตรา 10% เท่ากับ 20,000 บาท
ตามด้วยขั้นที่ 4 รายได้ 500,001-750,000 บาท จากส่วนต่าง 250,000 บาท เดิมเสียภาษี 20% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 15% เป็นเงิน 37,500 บาท
สุดท้ายคิดขั้นที่ 5 รายได้ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม เป็นเงินอีก 50,000 บาท

รวมการเสียรูปแบบใหม่ เป็นเงิน 115,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี หรือมีเงินเดือนประมาณ 83,000 บาท ขณะที่ หากคิดภาษีแบบเดิมที่รายได้ 1 ล้านบาทต่อปี จะต้องเสียภาษี อยู่ที่ 135,000 บาท เท่ากับว่าฐานภาษีลดลงไป 20,000 บาท

แต่หากมีรายได้ประมาณ  240,000 บาทต่อปี หรือ 20,000 บาทต่อเดือน จากเดิมฐานภาษีจะตกปีละ 9,000 บาท แต่ในฐานภาษีระบบใหม่ จะเหลือเพียง 4,500 บาท เท่ากับว่า ประหยัดไปได้ถึง 50% คิดเป็นเม็ดเงินก็ถึง 4,500 บาท

ทั้งนี้ การคำนวณภาษีดังกล่าว ยังไม่รวมการหักลดหย่อนต่าง ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน LTF/RMF ลดหย่อนบุตร บุพการี ประกันสังคม และสิทธลดหย่อนอื่น เป็นต้น

การปรับโครงสร้างอัตราภาษีใหม่นี้ จะช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้เสียภาษี และสร้างความเป็นธรรมให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท แม้ว่าจะทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีถึงปีละ 2.7 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากรไปยังสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน จึงจะสามารถทำได้ ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการนาน โดยคาดว่าในปีภาษี 2556 ที่จะยื่นเสียภาษีในปี 2557 ถึงจะได้ใช้ฐานภาษีรูปแบบใหม่  


Email Marketing



EMail Marketing คืออะไร?
EMail Marketing คืออะไร?

          Email marketingเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบออนไลน์ ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบไดเร็กเมล์ในรูปแบบของ อีเมล์นั่นเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์, โฆษณา, หรือเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร ให้กับกลุ่มเป้าหมายในรูป แบบข้อมูลแบบ text หรือ html โดยผู้ส่งจะส่งข้อมูลเหล่านั้น ไปยังที่อยู่อีเมล์ของผู้รับเป้าหมาย อาจจะส่งครั้งละ จำนวน น้อยๆ ถึงคราวละมากๆ สำหรับในประเทศไทยแล้วมีแนวโน้มการใช ้ email marketing เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะ ว่า ถูก สะดวก และรวดเร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมาย และยังมีผลตอบรับค่อนข้างเร็วอีกด้วย มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

         1. การทำ email marketing โดยวิธีการส่ง อีเมล์คราวละมากๆด้วยโปรแกรมส่งอีเมล์

กลุ่มนี้ จะซื้อรายชื่ออีเมล์ หรือดูดอีเมล์มาจากตามเวปบอร์ด หรือเวปไซต์ต่างๆ และทำการส่งข้อความที่ต้องการส่งอีเมล์ ที่แถมมา หรือที่หามาได้ วิธีนี้โดยส่วนใหญ่อีเมล์ของคุณจะเป็น SPAM เกือบทั้งหมด ซึ่งเมื่อส่งไปแล้วมักจะเข้าไปอยู่ ที่ JUNK MAIL BOX หมด หรือเมื่อคุณทำการตั้งค่า pop3 หรือ smtp ในการส่งผ่าน webhosting ที่คุณใช้บริการอยู่ คุณก็อาจจะทำให้ mail server ของผู้ให้บริการล่มได้ จนทำให้ webhosting ที่คุณใช้บริการปิดหรือยกเลิกบริการของคุณ โดยทันที ก่อให้เกิดความเสียหายแก่คุณได้ในเวลาต่อมา ทำให้โอกาสในการทำการตลาดของคุณลดลง กลุ่มนี้มีค่อน ข้างเยอะเหมือนกันนะครับสำหรับประเทศไทย ถูกจริงแต่ไม่คุ้มค่าและไม่เหมาะสมอีกด้วย วิธีนี้ไม่ขอแนะนำเท่าไหร่นะครับ

        2.การทำ email marketing ผ่านผู้ให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ

ซึ่งข้อความของคุณจะถูกส่งด้วย mail server ของผู้ให้บริการซึ่งผ่านระบบ email filters แล้วก่อนที่จะถูกส่งไปข้อความ
โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปอยู่ที่ INBOX เพิ่มโอกาสในการเปิดอ่านจากผู้รับ ทำให้เพิ่มโอกาสในทางธุรกิจของคุณ ย่นระยะ
เวลาในการจัดการ ซึ่งคุณสามารถทำรายการทั้งหมด ผ่านหน้าเวปไซต์ของผู้ให้บริการได้ทั้งหมด *วิธีนี้ขอแนะนำ น่ะครับ

                          ประโยชน์ของ Email marketing

ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับสื่อต่างๆ เช่น การโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ,วารสาร, หรือตามเวปไซต์ต่างๆ
กำหนดและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างมั่นใจ (CRM)
มีผลตอบสนองค่อนข้างรวดเร็วซึ่งเพิ่มโอกาสในทางธุรกิจของคุณ
สามารถนำเสนอรายการสินค้า หรือรูปแบบทั้งในรูปแบบ text และ html
สามารถขยายตลาดของบริษัทหรือธุรกิจให้ครอบคลุม ทั้งในประเทศและทั่วโลก ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ปัจจุบัน Email Marketing เป็นเครื่องมื่อทางการตลาดที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากประสิทธิภาพสูง รวดเร็วและเข้าถึงตัวลูกค้าได้โดยตรงแล้วยังประหยัดกว่าสื่อโฆษณารูปแบบ อื่นๆจากการสำรวจของ Shop.org/Bizrate Survey พบว่าผู้ที่ใช้ Email Marketing (ได้ผล 86%) ทำตลาดประสบผลสำเร็จมากกว่า ใช้ Search Engine (ได้ผล 58%)

ทำ BOOTH อย่างไรให้คนแน่น

Group Servey


Group Servey
การสำรวจข้อมูลคราวละมากๆ ในแหล่งข้อมูล สถานที่ราชการ
สถานประกอบการ โรงเรียน

attraction marketing


Attraction Marketing คือ
การทำตลาดแบบดึงดูดผู้คนเข้ามาร่วมระบบ คุณอาจได้ยินเป็นครั้งแรกแต่ผมได้ยินมา3 ปีและเรียนมาด้วยทุนจำนวนสูง แต่ไม่ใช่ว่าเอา website มา promote ขายแบบประกัน ใครสนใจก็สั่งซื้อเข้ามา หรือโทรเข้ามา มันมีส่วนใช่เหมือนที่ผมเคยทำมา แต่มันไม่ work เลย คุณอาจเข้าใจผิด เพราะมันไม่มีประโยชน์ หรือผลลัพธ์ที่ดีเลย ลูกค้าไม่สั่งซื้อง่ายขนาดนั้นหรอกครับ แต่มันต้องมีระบบที่ดีกว่า ยากกว่า มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่งั้นเขาไม่เรียนกันแพง ซึ่งนักการตลาดทั่วโลกเขาใช้กันอยู่ แต่เมืองไทยมีคนรู้น้อยมาก เพราะแบบนิสัยคนไทย แต่มันคุ้มมหาศาล คุณจะได้เรียน หลักและการเริ่มต้น


คนล่าฝัน





ฝันของใครก็ของใคร ฝันของเราก็ของเรา การทำฝันให้เป็นจริง อยู่ที่เราจะล่ามันอย่างไร ชีวิตหนึ่งก็ไม่ยาวมากนัก ความฝันเป็นของฟรี แต่กระนั้นใครบางคนยังไม่กล้าฝัน

                  ฝันแรกคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกเรียนจบ ลูกชายจบวิศวะ ลูกสาวจบวิทย์ มข. ล่าได้แล้ว1ฝัน

          มีโอกาสกลับไปบ้านเกิดและให้ทุนการศึกษากับเด็กๆ ปีละ 10,000 บาทแต่เพราะอาชีพนี้ผมทำทุกปี ฝันเล็ก

             
                                     พอได้ไปเที่ยวต่างประเทศเหมือนที่เคยฝันในชีวิตหนึ่ง

            พอมีโอกาสซื้อรถเก๋งเงินสด เพราะผมซื้อรถเก๋งด้วยเงินสดมาตั้งแต่ขาย AIA ได้3ปี และปีนี้ผมซื้อ Fortuner เงินสดแต่งสวยๆตามที่เคยฝัน

     
                  พอมีโอกาสซื้อบ้านราคา 4ล้าน5 พออาศัยทำรั้วไม้มะค่าราวสแตนเลสสลับ
                                                         หินทรายแกะสลัก รูปกินรี ตามที่ฝัน

    
           พอได้รับเกียรติได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกิตติมศักดื์ทอดกฐินพระราชทานตามที่ฝัน

          
                               พอที่จะส่งลูกสาวไปเรียนต่อโทที่ญี่ปุ่นตามความฝันของลูก
                                                    มันเป็นฝันต่อรุ่นถัดไปเป็นจริงได้ในรุ่นเรา

   
           พอที่บริจาคเงินเพื่อสร้างสาธารณกุศล ด้วยเงินสดถึง 100,000 บาท ตามที่เคยฝัน

                                                         และสิ่งที่ยังฝันค้างอยู่คือ 
                   อยากจะทำกฐินด้วยเงิน 1,000,000 บาท  
                   อยากให้ทุนการศึกษาเด็กยากจน คนละ 1,000 บาท ให้ครบ 1,000 คน 
                  และเบนซ์สปอร์ต2ประตูแบบเปิดประทุน ขับกินลม

          ที่ทำได้เพราะทำอาชีพนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่อยากทำที่สุดในโลก ผมมีสิ่งเล็กน้อยประมาณนี้ที่พอการันตีได้ว่าอาชีพนี้พอใช้ได้ ถึงกระนั้นฝันของผมที่อยากเป็นครู ก็ได้ใช้มันในฐานะครูสอนให้คนมีรายได้เดือนสะแสนมาตลอด ถ้าหากผมเป็นครูเพื่อนๆกันเดี๋ยวนี้เขาเงินเดือน รวม 50,000 บาท ปีละ 600,000 บาท อัยการ เงินเดือนรวม 100,000 บาท หมอเงินเดือน +OT+เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย+เงินไม่ทำเวช  150,000 บาท หมอทำคลีนิค 200,000 บาท
    สมมุติว่าแลกเงินรายได้กันต่อเดือน กันได้ น่าจะแลกไหมครับ นี่คือการแชร์และแบ่งปัน
                    
                             แต่เส้นทางนี้มันก็ยากเข็นพอสมควร

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Lady Gaga, Salman Khan